ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังเงินเฟ้อพุ่ง เพราะความขัดแย้งของรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

...

สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันจันทร์นี้

ค่าเงินยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ครับ ส่วนค่าเงินอื่น ๆ อย่างค่าเงินเยน ฟรังก์สวิส และเงินปอนด์ ได้แตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปีเช่นกัน เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น และทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดสภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยรุนแรง ที่อาจจะกระทบยุโรปในท้ายที่สุด

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ได้เพิ่มขึ้น 0.27% ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 22 เดือน

ค่าเงินเยน ขยับขึ้น 0.10%

ค่าเงินหยวน ขยับขึ้น 0.07%

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ขยับขึ้น 0.62%

และดอลลาร์นิวซีแลนด์ ขยับขึ้น 0.48%

 

ส่วนค่าเงินปอนด์ ขยับลง 0.12%

ค่าเงินยูโรร่วงลงมากถึง 0.6% ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 นอกจากนี้ยังร่วงลงต่ำกว่าหนึ่งฟรังก์สวิสด้วยครับ

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรปจะมีการตัดสินใจเชิงนโยบายในสัปดาห์หน้า

 

ส่งผลให้ค่าเงินบาทได้รับผลกระทบ เจอแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง +0.170 มาอยู่ที่ 32.860 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ส่วนราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า พุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ และยุโรปมองว่าจะมีมาตรการห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ทำให้มีนักวิเคราะห์ มาระบุว่า "นี่เป็นข่าวร้ายสำหรับการเติบโตของทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรป เนื่องจากพวกเขาต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากประเทศรัสเซีย"

โดยทั้งหมดทั้งมวลแล้ว นี่ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับอุปทานด้านพลังงาน ที่ซ้ำเติมจากผลกระทบ COVID-19 ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อรุนแรงมากขึ้น และในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้มีการเจรจาให้หยุดยิงเพื่อก่อน เพื่อให้พลเรือนอพยพออกจากเมืองมาริอูโปลซึ่งดูเหมือนรัสเซียจะไม่ยอมง่าย ๆ ครับ