สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงตรึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่ง !

...

“สถานการณ์ตอนนี้ มีหลายเหตุการณ์กำลังเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันดิบที่มีการปรับตัวขึ้นราคา จากความกังวลของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์”

 

 

ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ทางด้านหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันได้ออกมาพูดถึง ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากเกิดความกังวลเกี่ยวกับ ตลาดพลังงานโลก เนื่องจากรัสเซียได้ลดการปล่อยก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรป เมื่อยุโรปเองก็ยังมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ส่งผลให้ราคาพลังงานและก๊าซปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเริ่มมีการปรับตัวตั้งแต่การเกิดสงคราม และหลายประเทศได้เริ่มทำการคว่ำบาตรรัสเซีย

 

 

ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องอุปทาน ในขณะที่ทางโฆษกสหภาพยุโรป (EU) นั้นได้มีการหารือเรื่องน้ำมันกับฮังการี ทั้งการเพิ่มท่อส่งน้ำมัน การจัดเก็บ และการกลั่นน้ำมัน เพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้มันของยุโรปตะวันออก 

 

 

ทางด้าน สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ได้มีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 มีการปรับเพิ่มจาก 8.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 424.2 ล้านบาร์เรล โดยส่วนใหญ่นั้นมาจากการปล่อยน้ำมันสำรอง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

 

 

ราคาน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ได้มีการปรับตัวตามปัจจัยภายนอกที่เข้ามาส่งผลกระทบ  โดยราคาน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มปรับตัวลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากประเทศอินเดียมีการผลิตเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่ดีขึ้น หลังจากมีการคลายมาตรการล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 ส่วนราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นหลังจากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ ท่ามกลางอุปทานที่อาจมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

 

จากที่ผมได้กล่าวมานั้น  เป็นเพียงผลกระทบส่วนหนึ่งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เห็นว่า การเกิดสงครามเพียงแค่ 2 ประเทศทำให้คนหลายประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะยุโรปที่มีการพึ่งการส่งออกพลังงานและก๊าซจากรัสเซีย ส่วนประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบ คือปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ติดลบไปแล้วถึง -66,681 ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนมี “สภาพคล่อง” เงินสดเหลือในบัญชีอยู่ 12,932 ล้านบาทเท่านั้น โดยถ้าหากราคาน้ำมันดีเซลที่ทางกองทุนได้ทำการตรึงราคาไว้ในขณะนี้ กองทุนไม่สามารถตรึงราคาต่อไปได้ ทำให้ราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้นนั้น สิ่งนี้อาจจะเป็นผลเสียกับประชาชน ที่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องจับตามองสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิดเพราะนี่ถือเป็นเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเราอย่างแน่นอนครับ