ศรีลังกา เผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง

...

ศรีลังกา ประเทศที่เคยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ 8-9% ถึงกับมีการถูกจับตามองว่าเป็นประเทศตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้กลับกลายมาเป็นประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ร้ายแรงในรอบหลายทศวรรษ อะไรคือสิ่งที่ทำศรีลังกามาจุดนี้ได้ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ

 

 

โดยวันที่ 12 เมษายน 2565 ศรีลังกาได้มีการประกาศการระงับการชำระหนี้ต่างประเทศกว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมไปถึงภาระทางการเงินในหลายภาคส่วน และเงินที่ได้ทำการกู้ยืมมาจากรัฐบาลต่างประเทศ ได้มีการขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF)

 

 

ประเทศศรีลังกาได้มีการเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุด โดยปัญหามาจากการขาดสกุลเงินต่างประเทศอย่างฉับพลัน จากการประมาณการโดยศรีลังกาต้องใช้เงินถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชำระหนี้ในปีนี้ ขณะที่เงินสำรองที่เหลืออยู่นั้น ไม่พอค่าใช้จ่าย โดยการขาดแคลนเงินทุนสำรอง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ยา และเชื้อเพลิง ประกอบกับการที่ไฟฟ้าดับเป็นเวลานานในแต่ละวัน ทำให้บริษัทที่มีการจัดลำดับความเชื่อถือ ได้มีการลดความเชื่อถือของการเงินศรีลังกา เนื่องจากบริษัทมองเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ศรีลังกาจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่กำหนดไว้

 

 

ปัญหาแรกของศรีลังกา คือ การที่ศรีลังกาได้ทำกู้เงินต่างชาติเพิ่มมากขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จากปี 2005 ถึงปี 2020 หนี้ต่างชาติของศรีลังกาเพิ่มขึ้น 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลยังทำให้มีการกู้เงินเพิ่มมากขึ้น

 

 

ปี 2021 รัฐบาลศรีลังกาได้มีการประกาศให้ชาวนา และชาวสวนเลิกใช้ปุ๋ยเคมีในประเทศ หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ส่งผลให้ผลผลิตขาดแคลนในตลาด จนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร คนในประเทศต้องออกมากักตุนอาหารไว้ ทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และศรีลังกาจำเป็นต้องมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

 

 

นอกจากนี้ ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 หลายประเทศมีการล็อกดาวน์ ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศศรีลังกาหายไป อีกทั้ง ล่าสุดสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็ได้เข้ามาซ้ำเติมศรีลังกาอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าเงินที่อ่อนค่าอยู่แล้ว ทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ สูงขึ้น จนเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยล่าสุดเงินเฟ้อศรีลังกาอยู่ที่ 18.7 YOY ในเดือนมีนาคม และธนาคารกลางของศรีลังกาเอง มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเมื่อต้นเมษายนที่ผ่านมา แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้

 

 

จากที่กล่าวมานั้น ทุกคนคงเห็นวิกฤตที่ศรีลังกากำลังพบเจอ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้ นั้นมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐบาลของศรีลังกาได้มีการกู้เงินกับต่างชาติเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งช่วงโรคระบาดโควิด-19 รัฐบาลมีวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยเป็นการแจกเงินให้กับประชาชนภายในประเทศ ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่เตือนใจให้กับใครหลายว่า วิกฤตแบบนี้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากรัฐบาลมีการดำเนินงานผิดพลาด รวมไปถึงการแก้ปัญหาหลังโควิด-19 ดังนั้นประเทศไทยควรมีการมองการณ์ไกล และขอให้มีการวางแผนในอนาคตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบศรีลังกานะครับ