การประชุมเอเปคครั้งนี้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้ เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

...

“จากการประชุมเอเปควันที่ 21-22 พ.ค.2565 ที่ผ่านมา แม้ผลการประชุมจะไร้แถลงการณ์ร่วมกันทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีตามหัวข้อการประชุม” 

 

 

วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังจากประชุมเอเปค ซึ่งหัวข้อการประชุมคือ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล หรือ Open Connect Balance ยังไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วม 2 เขตเศรษฐกิจได้ เนื่องจากยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน มีบางประเทศเสนอให้มีการบรรจุเรื่องความขัดแย้งกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครนเข้าไปในแถลงการณ์ด้วยแต่รัสเซียหนึ่งในสมาชิกประเทศที่ได้เข้าร่วมประชุมเอเปคครั้งนี้ ไม่เห็นด้วย

 

 

แถลงการณ์ร่วมสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจมีความเห็นตรงกัน ถ้ามีแม้เพียงหนึ่งเขตเศรษฐกิจไม่เห็นด้วย ก็ไม่สามารถออกแถลงการณ์ได้ 

 

 

การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมแต่ถือว่าประเทศประสบความสำเร็จและประเทศไทยได้เคารพความเห็นของทุกเขตเศรษฐกิจ และประเทศไทยเองพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเอเปคต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เรื่องการจัดตั้ง FTAAP การสนับสนุนการค้าในรูปแบบพหุภาคีรวมทั้ง WTO และการจับมืออยู่ร่วมกับโควิดและอนาคตต่อไป 

 

 

การที่ทุกเขตเศรษฐกิจได้ยอมรับและสนับสนุน BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ของไทยให้เป็นวิสัยทัศน์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มเขตเศรษฐกิจเอเปคในอนาคต ถือว่าสัญญาณความสำเร็จของประเทศไทยในการประชุมครั้งนี้

 

 

สรุปผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคครั้งที่ประชุม 21 เศรษฐกิจมีความเห็นร่วมกัน การเสนอในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคคลข้ามพรมแดนโดยมีการอำนวยความสะดวก มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัย การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับระบบโลจิสติกส์ซึ่งหลายประเทศกำลังประสบปัญหาในเคลื่อนย้ายวัตถุดิบในการผลิตและวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นด้วย ดังนั้นควรมีการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงเหล่านี้ โดยเฉพาะสำหรับ SMEs และ Micro SMEs  มุ่งเน้นการสร้างกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการในเวทีสากลทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและหลังโควิด โดยใช้เศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซหรือรูปแบบอื่นๆให้เข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น สนับสนุนการนำ BCG Model มาใช้ การใช้ใน MSMEs ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการรวมทั้งการมุ่งเน้นในเรื่องสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดรวมไปถึงการส่งเสริมเปิดตลาดพลังงานสะอาดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปล่อยคาร์บอน การลดการอุดหนุนพลังงาน และการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนให้มากที่สุดรวมถึงการดูแลและการป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ  

 

 

จากที่ผมได้กล่าวมานั้น การประชุมเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจในวันที่ 21-22 พ.ค.2565 ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้ เนื่องจาก บางประเทศมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ว่าสำหรับประเทศไทยถือว่าการประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เพราะหัวข้อหลักที่ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพได้กำหนดไว้ ซึ่งผลสรุปของประชุมนั้นได้มุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ และการอำนวยความสะดวกของส่วนรวมครับ