นายกฯ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา พอใจกับอุตสาหกรรมการผลิต ที่เติบโตต่อเนื่อง

...

วันที่ 2 มิถุนายน 2565 

 

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้มีการติดตามเศรษฐกิจของประเทศไทย และได้มีการรับรายงานถึงความแข็งแกร่ง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการรายงานถึงความเติบโตที่ร้อยละ 0.56 ซึ่งเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน

 

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสากรรมได้มีการประเมินแนวโน้มผ่านเครื่องมือ ระบบเตือนภัยด้านอุตสาหกรรมของไทย  พบว่าใน 1-2 เดือนข้างหน้านั้นอุตสาหกรรมของไทยจะมีการขยายตัวขึ้น และการเติบโตของการขนส่งมีความฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศเอง ได้มีการผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 มากขึ้น ทำให้ประชาชนได้มีการเดินทางและการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น 

 

โดย รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า “นายกรัฐมนตรีมีความพอใจกับสัญญาณเศรษฐกิจล่าสุดของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านของอุตสาหกรรม การขนส่งอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร และการท่องเที่ยวที่มีการกลับมาฟื้นฟูจากการเปิดประเทศ ทั้งหมดคือแนวโน้มเรื่องการมีงานทำ และกำลังการใช้จ่ายของประชาชนที่จะดีขึ้น เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลมุ่งดูแลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเกิดการจ้างงานให้ประชาชนมีรายได้”

 

พลเอกประยุทธ์ พอใจอุตสาหกรรมการผลิตเติบโต

 

นอกจากนี้นั้น นายกรัฐมนตรียังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก โดยเฉพาะเรื่องของการส่งออก ต้องสนับสนุนในการหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขยายตลาดจากกรณีที่บางประเทศได้มีนโยบายในการปกป้องอาหารและงดการส่งสินค้าบางรายการ เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงทางอาหารที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม ซึ่งการที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสำคัญหลายรายการ จะเป็นโอกาสที่ผู้ส่งออกประเทศไทยจะเติบโตขึ้นด้วยครับ 

 

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทำให้เห็นนะครับว่า ตอนนี้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยกำลังฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เนื่องจากมาตรการการผ่อนคลายในการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนในประเทศได้มีการออกเดินทางและมีการใช้จ่ายมากขึ้นอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่มีความแน่นอน เราจึงต้องมีการจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าเศรษฐกิจไทยของเราจะเดินไปทางไหน กันด้วยนะครับ