3 ข่าวสำคัญ ทำนักลงทุนเทขายทองคำ ราคาร่วงลงสู่ 1875 ดอลลาร์สหรัฐ (28 เม.ย. 65)

...

เช้าวันพฤหัสบดีนี้ ทองคำยังวิ่งในเทรนขาลงต่อเนื่อง จากที่เมื่อวานราคาได้พักตัว Side Way ในกรอบ $1,910-$1,895 ก่อนที่จะดิ่งลงมาเทสที่ระดับ $1,875 เมื่อเวลา 11:00 น. เนื่องจากแรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าที่สุดในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว เพราะนักลงทุนยังมีความกังวลว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนหน้า รวมถึงข่าวความขัดแย้งในการส่งออกก๊าซธรรมชาติด้วย และยังมีอีกหลายข่าวที่เป็นปัจจัยสำคัญเข้ามากดดันราคาทองคำด้วยเช่นกัน

 

ผมเลยสรุป 3 ข่าวสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำ มาให้อ่านกันดังนี้ครับ

1) ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าที่สุดในรอบ 5 ปี กราฟพุ่งขึ้น 0.68% แตะที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 ที่ 103 เพราะแรงซื้อสกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มมากขึ้น หลัง FED มีแนวโน้มจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในครั้งหน้า และความกังวลในการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศจีนทำสกุลเงินหยวนอ่อนค่า ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มาช่วยหนุนดอลลาร์เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้น 2.84%

2) สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1.0515 เพราะความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจยุโรป หลังจากที่รัสเซียระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศโปแลนด์กับประเทศบัลแกเรีย เนื่องจากไม่ได้ชำระค่าก๊าซธรรมชาติเป็นเงินสกุลรูเบิล และทางโฆษกทำเนียบเครมลิน ได้กล่าวว่า รัสเซียจะกลับมาส่งออกก๊าซธรรมชาติให้แก่โปแลนด์กับบัลแกเรียเหมือนเดิม หากทั้งสองประเทศจ่ายค่าก๊าซเป็นสกุลเงินรูเบิลตามที่ระบุไว้ในสัญญา

3) กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือครองทองคำลดลง -5.52 ตัน สู่ระดับ 1,095.71 ตัน เป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำถูกเทขายนั่นเองครับ

 

อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงเหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังเดินหน้าต่อไป เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงผันผวนของราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน เจอกันใหม่โอกาสหน้า ผมจะนำข่าวมาสรุปให้อ่านแบบนี้เรื่อย ๆ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ