3 ปัจจัยที่ต้องติดตาม ในช่วงสงครามที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

...

สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดการลงทุนในสัปดาห์นี้ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น เพราะอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นด้วย ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือน ก.พ.จะได้รับการจับตามองจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ก่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 16 มี.ค. นี้ ส่วนทางด้านธนาคารกลางยุโรปจะจัดการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนที่จะเน้นไปในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

และนี่คือ 3 ปัจจัยที่เราควรติดตามเพื่อลงทุนในสัปดาห์นี้ : 

 

1. ความปั่นป่วนของตลาด

จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกแรงกดดันจากการคว่ำบาตรรัสเซีย ทำให้เกิดความคาดหวังว่าธนาคาร FED อาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงครับ

ส่วนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน FED กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเขาจะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน 25 จุด ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นของธนาคารกลางในสัปดาห์หน้า และพูดเสริมว่าเขาจะ "เตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไหวในเชิงรุกมากขึ้น" หากอัตราเงินเฟ้อไม่ลดลงตามที่คาดไว้

 

2. รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ CPI

ในสัปดาห์นี้คาดว่าข้อมูลในวันพฤหัสบดีจะแสดงตัวเลขให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นอีกครั้งในเดือนที่แล้ว โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีครับ คาดว่าตัวเลข CPI จะสูงกว่าที่คาดไว้อาจกระตุ้นต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของรัสเซียกับยูเครน

และคอยติดตามข้อมูลความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันศุกร์นี้ ที่จะทำให้นักลงทุนเข้าใจว่าครัวเรือนต่าง ๆ ประสบกับแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มสูงขึ้น และราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงนับตั้งแต่กลางปี ​​2020 ครับ ตัวเลขสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 21%  นอกจากน้ำมันแล้ว ราคาธัญพืช และโลหะก็พุ่งขึ้น แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน เนื่องจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ทำให้การส่งออกจากผู้ผลิตรายใหญ่ของรัสเซียหยุดชะงัก และขยายความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลกครับ

 

3. การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ECB ได้วางรากฐานสำหรับการออกจากนโยบายเป็นพิเศษ แต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้ต้องมีการปรับแผนใหม่ ในวันพฤหัสบดีนี้คาดว่า ECB  จะยึดตามแผนการยุติการซื้อสินทรัพย์ภายใต้โครงการจัดซื้อฉุกเฉิน ทางประธาน ECB จะจัดงานแถลงข่าว โดยที่เธออาจถูกกดดันจากแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากการที่เคยให้คำมั่นว่าจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ครับ

 

และเหตุการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ แน่นอนคือสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างรัสเซียกับยูเครน ว่าเหตุการณ์จะลงตัวเมื่อไหร่ ?