สรุป 3 ข่าวสำคัญ ทำนักลงทุนเทขายทองคำ ราคาดิ่งลงมาเทสที 1810 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง (13 พ.ค. 2565)

...

ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจทำราคาทองคำดิ่งอย่างต่อเนื่อง วันศุกร์นี้ราคาลงมาเทสที่ 1,810 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง เนื่องมาจากที่นักลงทุนเทขายทองคำ และโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เพราะตัวเลขดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น บวกกับความกังวลในการคาดการณ์ว่า FED มีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.50% ในอีกสองเดือนหน้า รวมไปถึงรูปแบบกราฟเทรนขาลงของทองคำ ก็ถือเป็นปัจจัยด้าน Technical ที่ทำให้ทองดิ่งลงต่อเช่นกัน ก่อนที่จะมีแรงช้อนซื้อขึ้นมาที่ราคา 1,826 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลาที่ผมกำลังเขียน

 

วันศุกร์นี้ผมจึงสรุป 3 ข่าวสำคัญที่กดดันราคาทองคำ มาให้อ่านกันครับ...

1) ดัชนีดอลลาร์บวกเพิ่มขึ้น 0.72% สามารถแตะที่ระดับ 104.925 เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคาม 2002 หรือระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากความกังวลว่าการดำเนินนโยบายของ Fed ที่จะลดอัตราเงินเฟ้อที่สูงนั้น จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง มากระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์

2) Fed Watch Tool ของ CME Group ซึ่งเป็นบริษัทการตลาดระดับโลกของอเมริกา บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น 100% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินอีก 2 ครั้ง คือในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม และยังมีข่าวจากนางเจเน็ต เยลเลน (รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ) ที่เขาได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะสามารถควบคุมเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลงได้ โดยไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

3) กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือครองทองคำลดลง -5.80 ตัน สู่ระดับ 1,060.82 ตัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำถูกเทขายนั่นเองครับ

 

อย่างไรก็ตามเราควรติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงเหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังเดินหน้าต่อไป เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงผันผวนของราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน เจอกันใหม่โอกาสหน้า ผมจะนำข่าวมาสรุปให้อ่านแบบนี้เรื่อย ๆ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ