สรุป 5 ข่าวสำคัญ ที่ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำ ราคาดิ่งลงสู่ 1940 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง

...

เช้าวันนี้ราคาทองคำได้ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้กราฟราคาทองคำดิ่งลงมาที่ 1,940 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง เนื่องมาจากที่มีข่าวตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด ทั้งตัวเลขการสร้างบ้านเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯ ยังคงเติมโตอย่างต่อเนื่อง และข่าวอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี เพราะการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อเร็ว ๆ นี้ จากข่าวข้างต้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบเศรษฐกิจโดยรวมยังเดินหน้าต่อไปได้ จึงเกิดแรงเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำนั่นเองครับ และยังมีอีกหลายข่าวที่เป็นปัจจัยเข้ามากดดันราคาทองคำด้วยเช่นกัน

 

ผมเลยสรุป 5 ข่าวสำคัญที่กดดันราคาทองคำ มาให้อ่านกันดังนี้ครับ...

1) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้รายงานว่า การอนุญาตให้ก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 0.4% ทำให้ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นตัวเลขสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

2) ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี เนื่องจากนักลงทุนหลายคนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในเดือนต่อ ๆ ไป เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อในระดับสูง และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีด้วยเช่นกันครับ

3) นายนีล แคชคารี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) สาขามินนิอาโปลิส เขาได้กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า หากการล็อกดาวน์ในจีนทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลก FED จะต้องดำเนินการเชิงรุกมากยิ่งขึ้นเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงแบบนี้ ซึ่งการกล่าวของเขายิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้นักลงทุนเชื่อว่าการประชุมครั้งถัดไป ยิ่งจะเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรงมากขึ้นไปด้วย

4) สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กได้ปิดร่วงลงกว่า 5% ในวันอังคารที่ผ่านมา (19 เมษายน) หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และปีหน้า ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาดครับ

5) จาก 4 ข่าวข้างต้น ส่งผลให้หุ้นสหรัฐฯ อย่างดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 499.51 จุด หรือ +1.45%, ดัชนี S&P500 พุ่ง +1.61% และดัชนี Nasdaq พุ่ง +2.15% เป็นสัญญาณที่สื่อถึงการรับผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตามเราควรติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงเหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังเดินหน้าต่อไป เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงผันผวนของราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน เจอกันใหม่โอกาสหน้า ผมจะนำข่าวมาสรุปให้อ่านแบบนี้เรื่อย ๆ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ