Bollinger Bands คืออะไร? เครื่องมือวิเคราะห์ราคาในตลาด Forex

อินดิเคเตอร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ราคาในตลาด Forex ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งอินดิเคเตอร์มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ โดยในบทความนี้ Thaiforexreview จะพาเทรดเดอร์ไปรู้จักกับหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมจากทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ ซึ่งเครื่องมือนั้น ก็คือ Bollinger Bands แล้วมันคืออะไร? ใช้งานอย่างไร? และสามารถช่วยในการตัดสินใจเทรดได้อย่างไร? ไปเรียนรู้พร้อมกันในบทความนี้ครับ
Bollinger Bands คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความผันผวนของราคาตลาด ซึ่งเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะเรียกสั้น ๆ ว่า BB โดยอินดิเคเตอร์ตัวนี้จะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของราคา, ความผันผวนของราคาและใช้กำหนดจุดเข้าออกออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Bollinger Bands ถูกพัฒนาโดย John Bollinger ที่พัฒนามาจากพื้นฐานแนวคิดเรื่องความผันผวนของราคา (Volatility) เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดได้มากยิ่งขึ้น
Bollinger Bands ประกอบด้วย 3 เส้น ได้แก่ เส้นกรอบบน (Upper Band), เส้นกลาง (Middle Band) และเส้นกรอบล่าง (Lower Band) โดยแต่ละเส้นมีรายละเอียด ดังนี้
Upper Band คือ เส้นที่อยู่บนสุดของ Bollinger Bands มักจะทำหน้าที่เป็นแนวต้าน เพราะเมื่อราคาขึ้นไปใกล้หรือชนเส้นนี้ มักจะมีโอกาสกลับตัวลงมา โดยเส้นนี้มาจากการคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) บวกกับผลคูณของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่งเส้นนี้จะสะท้อนถึงความผันผวนของราคาย้อนหลังในช่วงเวลาหนึ่งครับ
Middle Band คือ เส้นที่อยู่ตรงกลางของ Bollinger Bands ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งแนวรับและแนวต้านได้ เพราะเส้นนี้คือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปแล้วเทรดเดอร์มักจะตั้งไว้ที่ 20 วันในช่วงเริ่มต้น แต่เทรดเดอร์สามารถปรับกรอบเวลาให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองได้ครับ
Lower Band คือ เส้นที่อยู่ล่างสุดของ Bollinger Bands มักทำหน้าที่เป็นแนวรับ เพราะเมื่อราคาลงไปใกล้หรือชนเส้นนี้ ราคามักจะไม่ทะลุเส้นและเด้งตัวกลับขึ้นมา โดยเส้นนี้มาจากการคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ลบกับผลคูณของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งเส้นนี้จะช่วยสะท้อนถึงระดับความผันผวนของราคาต่ำสุดในช่วงเวลาหนึ่งครับ
สำหรับสูตรคำนวณของ Bollinger Band ในแต่ละเส้นจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้
► สูตรคำนวณเส้น Upper Band
► สูตรคำนวณเส้น Middle Band
► สูตรคำนวณเส้น Lower Band
🔎 ค่า SD (Standard Deviation) คือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ที่ใช้ในการอธิบายลักษณะการกระจายของชุดข้อมูล ยิ่งค่า SD สูง นั่นหมายถึงชุดข้อมูลนั้นมีการกระจายที่มาก แต่ถ้าค่า SD ต่ำ จะหมายถึงชุดข้อมูลนั้นมีการกระจายที่แคบ |
การใช้งาน Bollinger Bands เป็นการสังเกตความผิดปกติของกราฟราคาเมื่อมีการขึ้นหรือลงไปชนกับเส้น Band เส้นใดเส้นหนึ่ง โดยเราสามารถใช้ Bollinger Bands เพื่อวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ ดังนี้
Bollinger Bands สามารถใช้วิเคราะห์เพื่อบอกแนวโน้มของราคาได้ โดยเฉพาะเมื่อราคากำลังเปลี่ยนจากช่วงพักตัว (Sideway) ไปเป็นแนวโน้มที่ชัดเจน เมื่อราคาทะลุออกนอกกรอบบนหรือล่างของ Bollinger Bands นั่นอาจเป็นสัญญาณในการเปลี่ยนแนวโน้มครับ
สามารถใช้ Bollinger Bands เพื่อช่วยระบุแนวโน้มขาขึ้นได้ โดยสังเกตจากการที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเส้น Upper Band กับเส้น Middle Band และราคาจะไม่เคลื่อนที่ทะลุลงต่ำกว่าเส้น Middle Band ซึ่งบ่งบอกถึงแรงซื้อในตลาดและเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้นครับ
สามารถใช้ Bollinger Bands เพื่อช่วยระบุแนวโน้มขาลงได้ โดยสังเกตจากการที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเส้น Lower Band กับเส้น Middle Band และราคาไม่เคลื่อนที่ทะลุขึ้นสูงกว่าเส้น Middle Band ซึ่งบ่งบอกถึงแรงขายในตลาดและเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มยังคงเป็นขาลงครับ
สามารถใช้ Bollinger Bands เพื่อช่วยระบุช่วงตลาดเคลื่อนไหวแบบ Sideway ได้ โดยสังเกตจากการที่ราคาแกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่างเส้น Upper Band และเส้น Lower Band ซึ่งราคาจะเคลื่อนไหวทะลุผ่านเส้น Middle Band ขึ้นไปแตะเส้น Upper Band แล้วกลับลงมาแตะเส้น Lower Band สลับกันไปในลักษณะนี้ซ้ำ ๆ ณ ช่วงเวลาหนึ่งครับ
Bollinger Bands สามารถบอกถึงความผันผวนของตลาดได้ จากการสังเกตลักษณะกรอบของ Bollinger Band ดังนี้
- หากกรอบของ Bollinger Band มีการขยายตัวกว้าง แสดงว่าตลาดมีความผันผวนสูง
- หากกรอบของ Bollinger Band มีการบีบตัวแคบลง แสดงว่าตลาดมีความผันผวนต่ำ
Bollinger Squeeze คืออะไร? 🔎 Bollinger Squeeze คือ การที่กรอบของ Bollinger Bands บีบตัวเข้าหากัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดมีความผันผวนต่ำและกำลังอยู่ในช่วงพักตัว โดยมักเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเกิดแนวโน้มใหม่ที่แข็งแกร่ง อีกทั้ง การเกิด Bollinger Squeeze มักนำไปสู่การ Breakout ของราคาที่รุนแรง แต่ไม่สามารถระบุทิศทางได้แน่ชัดว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงครับ |
Bollinger Bands สามารถใช้ดูสัญญาณการ Breakout ได้ โดยสังเกตจากการที่ราคาทะลุออกนอกกรอบของ Bollinger Bands ซึ่งสัญญาณมักจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงตลาด Sideway และหากเกิดสัญญาณ Breakout ขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน มักเกิดแนวโน้มหรือการเคลื่อนไหวของราคาต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับที่ราคามีการทะลุกรอบไปครับ
Bollinger Bands สามารถช่วยบ่งบอกสัญญาณการเข้าสู่ภาวะ Overbought และ Oversold ได้ โดยสังเกตจากการที่ราคาวิ่งไปแตะเส้น Upper Band หรือเส้น Lower Band ดังนี้
- หากราคาแตะเส้น Upper Band แสดงถึงภาวะ Overbought (OB) ซึ่งราคามีโอกาสที่จะย่อตัวลงได้
- หากราคาแตะเส้น Lower Band แสดงถึงภาวะ Oversold (OS) ซึ่งราคามีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นหรือฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้
Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ที่ไม่เหมาะกับการใช้เพื่อวิเคราะห์เพียงตัวเดียว เพราะ Bollinger Bands อาจให้สัญญาณหลอกได้ ดังนั้น เทรดเดอร์ควรจะต้องมีการนำสัญญาณหรืออินดิเคเตอร์อื่น ๆ มาช่วยยืนยันแนวโน้มเพิ่มเติมด้วย อย่างเช่นการนำ RSI (Relative Strength Index) มายืนยันว่าราคาเกิด OB/OS หรือสัญญาณ Divergence ขึ้นในจุดที่มีนัยสำคัญ
การใช้ Bollinger Bands ร่วมกับ Indicator อื่น ๆ จะช่วยยืนยันสัญญาณแนวโน้มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทาง Thaiforexreview ขอยกตัวอย่างอินดิเคเตอร์พื้นฐาน 2 ตัว ที่เทรดเดอร์นิยมใช้ร่วมกับ Bollinger Bands ครับ
สามารถใช้ RSI ร่วมกับ Bollinger Bands เพื่อช่วยยืนยันจุดเข้าออกออเดอร์และระบุว่าราคาอยู่ในภาวะ Overbought หรือ Oversold ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ
- หากราคาแตะ Upper Band และ RSI สูงกว่า 70 (Overbought) บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง อาจใช้เป็นสัญญาณเพื่อเปิดออเดอร์ Sell
- หากราคาแตะ Lower Band และ RSI ต่ำกว่า 30 (Oversold) บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น อาจใช้เป็นสัญญาณเพื่อเปิดออเดอร์ Buy
สามารถใช้ MACD ร่วมกับ Bollinger Bands เพื่อช่วยยืนยันแนวโน้มของตลาดและหาจุดเข้าออกออเดอร์ได้อย่างแม่นยำขึ้น
- หากราคาอยู่ระหว่างเส้น Lower Band และเส้น Middle Band โดยไม่ทะลุสูงกว่าเส้น Middle Band และเส้น MACD ตัดลงไปอยู่ใต้เส้น Signal เป็นการบ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง อาจใช้เป็นสัญญาณเพื่อเปิดออเดอร์ Sell
- หากราคาอยู่ระหว่างเส้น Upper Band และเส้น Middle Band โดยไม่ทะลุต่ำกว่าเส้น Middle Band และเส้น MACD ตัดขึ้นไปเหนือเส้น Signal เป็นการบ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น อาจใช้เป็นสัญญาณเพื่อเปิดออเดอร์ Buy
BB ย่อมาจากอะไร?
🔶 BB ย่อมาจาก Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มและความผันผวนของราคาตลาด
Bollinger Bands เหมาะกับเทรดเดอร์ประเภทใด?
🔶 Bollinger Bands เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกประเภท รวมถึงเทรดเดอร์ Day Trader และ Swing Trader หากเทรดเดอร์หาสัญญาณและจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้อย่างมีระบบและแม่นยำครับ
Bollinger Bands เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่เหมาะกับการใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการวิเคราะห์ราคาให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น โดยใช้การคำนวณค่าเฉลี่ยย้อนหลังร่วมกับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เพื่อใช้ดูความผันผวนของตลาดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ที่ใช้ได้กับ Bollinger Band นั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของเทรดเดอร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทั้งหมดเท่านั้น เทรดเดอร์สามารถที่จะเรียนรู้ หรือประยุกต์การใช้งาน Bollinger Bands ในรูปแบบของตนเองได้ตามที่ต้องการ ทั้งนี้ เทรดเดอร์ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาและการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ราคา เพื่อให้เทรดในตลาด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ
หากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม
สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับ Forex ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiforexreview.com
ติดตามความเคลื่อนไหวและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Thaiforexreview
ติดตามข่าวสารการลงทุนและบทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์ได้ที่ Forex Analysis
อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ Blogs
อ่านรีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยมได้ที่ Top Brokers
แนะนำโบรกเกอร์สำหรับคุณ
