กลยุทธ์การเทรดแบบ Price Action เรียบง่าย แต่ใช้ได้ทุกสถานการณ์

...

กลยุทธ์ที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่สามารถใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์กับสินทรัพย์ทุกประเภทมีจริงหรือ? เชื่อว่า นักเทรดที่เพิ่งเข้ามาในตลาดการลงทุนอาจจะกำลังศึกษากลยุทธ์และเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งก็ฟังดูเข้าใจยาก แต่ความจริงแล้ว ยังมีกลยุทธ์ที่สามารถใช้งานได้ง่ายอยู่ครับ ดังนั้น วันนี้เราจะพานักเทรดมือใหม่ทุกท่านไปทำความรู้จักกับการเทรดแบบ Price Action ที่ตอบโจทย์คำถามข้างต้นกันครับ

กลยุทธ์ Price Action คืออะไร?

ความหมายของ Price Action คือ “การเคลื่อนไหวของราคา” ซึ่งก็ตรงตามตัวเลยครับ กลยุทธ์นี้หมายถึง การเทรดแบบดูเพียงพฤติกรรมของราคาเท่านั้นว่ากำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด? และผู้เล่นในตลาดน่าจะกำลังเปิดออเดอร์ใดอยู่? โดยไม่ได้มีการใช้ Indicator ตัวบ่งชี้ หรือข่าวสารสำคัญอื่น ๆ ช่วยวิเคราะห์เพิ่มแต่อย่างใดครับ

การเคลื่อนไหวของราคา จะช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ผ่านรูปแบบของราคา หรือ Chart Patterns ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าผ่านกราฟราคา ดังนั้น หลาย ๆ คนจึงมักเรียกเทคนิคนี้ว่า “การวิเคราะห์กราฟเปล่า

กลยุทธ์นี้ทำได้ไม่ยาก เพราะมีรูปแบบของราคาให้ศึกษาอย่างแพร่หลาย แถมยังไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย ดังนั้น มันจึงได้รับความนิยมสูงมากสำหรับการเทรดแบบระยะสั้น เน้นเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาครับ

การวิเคราะห์กราฟเปล่า

วิธีการเทรดด้วย Price Action 

ในการดูการเคลื่อนไหวของราคา สิ่งที่นักเทรดควรทำ คือ การกำจัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นออกไปจากกราฟของคุณให้เหลือเพียงแค่กราฟเปล่า ซึ่งประกอบไปด้วยแท่งเทียน, เส้นแนวโน้ม, แนวรับ-แนวต้าน และรูปแบบของราคา เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน และเทียบกับรูปแบบราคาที่มีคนเคยศึกษาไว้

การวิเคราะห์ Price Action 

หากต้องการเทียบรูปแบบของกราฟเพื่อดูแนวโน้ม อันดับแรกนักเทรดจำเป็นต้องรู้วิธีการอ่านกราฟแท่งเทียนก่อนครับ ซึ่งผมจะขออธิบายคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

1. การอ่านกราฟแท่งเทียน

1) กราฟแท่งเทียนทั่วไป

แท่งเทียนแต่ละแท่งจะประกอบไปด้วยราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุด ซึ่งหากราคาปิดอยู่สูงกว่าราคาเปิด จะเรียกว่า “แท่งเทียนขาขึ้น” และหากราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด จะเรียกว่า “แท่งเทียนขาลง” ส่วนไส้เทียน จะใช้แสดงราคาสูงสุด – ต่ำสุด

กราฟแท่งเทียนทั่วไป

2) กราฟแท่งเทียนแบบ Hammer

กราฟแท่งเทียนแบบ Hammer จะแตกต่างจากแท่งเทียนอื่น ๆ คือ ราคาเปิดและปิดจะอยู่ส่วนบนของไส้เทียน มีลักษณะคล้ายค้อน ซึ่งแสดงถึงสัญญาณกลับตัวจาก “ขาลง” เป็น “ขาขึ้น” หรือผู้ซื้อ (Buyer) กำลังเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ในตลาดขณะนั้น

กราฟแท่งเทียนแบบ Hammer กราฟแท่งเทียนแบบ Hammer

3) กราฟแท่งเทียนแบบ Shooting Star

กราฟแท่งเทียนแบบ Shooting Star จะแตกต่างจากแท่งเทียนอื่น ๆ คือ ราคาเปิดและปิด จะอยู่ส่วนล่างของไส้เทียน ตรงกันข้ามกับ Hammer ซึ่งแสดงถึงสัญญาณกลับตัวจาก “ขาขึ้น” เป็น “ขาลง” หรือผู้ขาย (Seller) กำลังเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ในตลาดขณะนั้น

กราฟแท่งเทียนแบบ Shooting Star กราฟแท่งเทียนแบบ Shooting Star

รูปแบบแท่งเทียนด้านบนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาดเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในแต่ละสภาวะตลาดก็ยังมีรูปแบบแท่งเทียนอีกมาก ซึ่งหากก้าวไปลงทุนในตลาดต่าง ๆ ก็จะได้เจออย่างแน่นอนครับ ดังนั้น อย่าลืมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยนะครับ

2. การอ่านการกราฟราคา

ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับรูปแบบการเคลื่อนที่ของกราฟราคาคร่าว ๆ กันครับ ซึ่งผมจะนำรูปแบบการเคลื่อนที่หลัก ๆ มาให้ทุกท่านได้เห็นคร่าว ๆ กันก่อนครับ

1) รูปแบบการกลับตัว (Reversal Patterns) แสดงถึงการกลับตัวของราคา หมายถึงอิทธิพลของผู้เล่นในตลาดครับ

รูปแบบการกลับตัว (Reversal Patterns)

2) รูปแบบการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง (Continuation Patterns) แสดงถึงการเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปตามทิศทางเดิม

รูปแบบการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง (Continuation Patterns)

3) รูปแบบ  2 ทาง (Bilateral Patterns) แสดงถึงการเคลื่อนไหวที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายทาง

รูปแบบ  2 ทาง (Bilateral Patterns)

ข้อดี-ข้อเสียการเทรดแบบ Price Action 

ข้อดี

- เป็นกลยุทธ์ที่สามารถเรียนรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกก็สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวเบื้องต้นได้

- ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเสริมใด ๆ ในการวิเคราะห์ ทำให้ไม่ต้องสับสนผลลัพธ์จากตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจแสดงผลตรงกันข้าม

- แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะกราฟจะแสดงถึงพฤติกรรมของราคาและผู้เล่นในตลาดตามความเป็นจริง ทำให้ไม่ต้องตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อาจผิดเพี้ยนได้

ข้อเสีย

- นักเทรดแต่ละคน อาจตีความการเคลื่อนไหวของราคาเดียวกันแตกต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกัน

- ต้องมีความรู้เรื่องรูปแบบการเคลื่อนไหวดีระดับหนึ่ง จึงจะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- นักเทรดต้องลงมือศึกษารูปแบบกราฟต่าง ๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด และควรศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกับการคาดการณ์

- หลังจากเปิดออเดอร์แล้ว ราคาอาจจะมีการกลับตัวจากตัวแปรอื่น ๆ

 

โดยสรุป กลยุทธ์ Price Action เป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถใช้ได้กับทุกสินทรัพย์ ทั้งหุ้น, กองทุน, สินค้าโภคภัณฑ์ และ Forex เนื่องจากใช้ดูระดับราคาหลัก และแนวโน้มในอนาคตได้ผ่านพฤติกรรมของผู้เล่นและราคาในตลาด ซึ่งเป็นเทคนิคพื้นฐานที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ 

อย่างไรก็ดี นักเทรดก็ควรติดตามข่าวสารสำคัญอื่น ๆ ประกอบด้วยเช่นกัน เพื่อให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอย่าลืมไปศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาแล้วนำไปทดลองใช้ดูนะครับ มันอาจจะช่วยให้คุณหาจังหวะดี ๆ ในการเปิดออเดอร์ได้

 

Source: Investopedia, Wall Street Mojo, IG, Capex, Admiral Markets, Fullerton Markets

__________________________________

 

สุดท้ายนี้ การลงทุนทุกรูปแบบล้วนมีความเสี่ยง อยากให้คุณศึกษาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์นั้นให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน และหากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม สามารถติดตาม ThaiForexReview

ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดการลงทุนได้ที่ : News

อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ : Blogs

รีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยม : Top Brokers