XAGUSD คืออะไร? ทำไมราคาแร่เงินถึงน่าสนใจกว่าทองคำ!
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนอย่างหนัก และหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและมีราคาพุ่งทะยานจนดึงดูดสายตานักลงทุนทั่วโลกก็คือ "แร่เงิน" (Silver) หลายคนที่เทรดคู่เงินหรือทองคำอยู่แล้ว อาจจะเคยเห็นสัญลักษณ์ตัวเลขวิ่งไปมาบนกระดานเทรดแต่ยังสงสัยว่า XAGUSD คืออะไรกันแน่?
บทความนี้ Thaiforexreview จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังที่ทำให้ราคาเงินพุ่งแรง พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าระหว่างการเก็งกำไรผ่านกราฟ (CFD) กับการไปต่อคิวซื้อเงินแท่งแบบดั้งเดิม แบบไหนจะตอบโจทย์คุณมากกว่ากันครับ
XAGUSD คืออะไร? เข้าใจพื้นฐานก่อนเริ่มเทรด

ก่อนจะไปลงลึกเกี่ยวกับแร่เงิน เรามาทำความเข้าใจความหมายของตัวย่อ XAGUSD กันก่อนครับ
- X = สัญลักษณ์มาตรฐานที่บอกว่านี่คือ "ดัชนีสินทรัพย์สากล" (เหมือน X ใน XAU หรือทองคำ)
- AG = ย่อมาจาก Argentum ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า "เงิน"
- USD = สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (United States Dollar)
อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด XAGUSD คือ คู่สกุลเงินที่ใช้เปรียบเทียบมูลค่าระหว่าง "แร่เงิน (Silver)" กับ "ดอลลาร์สหรัฐ (USD)" นั่นเองครับ
XAGUSD ในตลาด Forex ทำงานอย่างไร?

การเทรด XAGUSD แบบ CFD (Contract for Difference) บนแพลตฟอร์มอย่าง MT4 หรือ MT5 ไม่ใช่การซื้อแร่เงินจริงมาเก็บไว้กับตัวหรือเป็นเจ้าของ แต่จะเป็นสัญญาซื้อขายส่วนต่าง หรือการเก็งกำไรจาก "ส่วนต่างราคา" คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Buy) และขาลง (Sell)
Silver Spot vs Silver CFD ต่างกันอย่างไร?
-
Silver Spot: คือการอ้างอิงราคาซื้อขายเงินในตลาดปัจจุบัน ไม่มีวันหมดอายุสัญญา สามารถทำกำไรจากการปรับตัวขึ้นของราคาเท่านั้น
-
Silver CFD: คือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง สามารถทำกำไรได้ทั้งจากตลอดขาขึ้นและขาลง โดยจะมี Leverage ที่ช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อขายให้กับเทรดเดอร์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Silver
ราคา Silver ในช่วงนี้ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่ ได้แก่
-
ภาวะอุปทานขาดแคลนเรื้อรัง (Structural Supply Deficit): ตลาดแร่เงินโลกเผชิญกับสภาวะ "ขาดดุล" หรือความต้องการมากกว่าการผลิตติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ส่งผลให้สต็อกแร่เงินในคลังสำรองทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อซัพพลายตึงตัวแต่ดีมานด์ยังพุ่งสูง จึงเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันราคาให้ทะยานขึ้น
-
ความต้องการมหาศาลจากอุตสาหกรรม "Green Energy": แร่เงินคือหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม แผงโซลาร์เซลล์ (Photovoltaics) และ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากเป็นโลหะที่นำไฟฟ้าได้ดีที่สุด การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทั่วโลกในปี 2026 ทำให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องการแร่เงินเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนซัพพลายผลิตตามไม่ทัน
-
แรงกดดันจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของดอลลาร์: ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงและเงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูง นักลงทุนมักหันมาถือครองแร่เงินในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) ควบคู่ไปกับทองคำ และเมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง จะทำให้ราคาแร่เงิน (ซึ่งเทรดด้วยสกุล USD) ดูถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
-
อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) ที่บีบตัว: ในปี 2026 นักลงทุนสถาบันเริ่มหันมาให้ความสนใจแร่เงินมากขึ้น หลังจากที่ราคาทองคำพุ่งไปไกลจนทำให้ค่า Ratio นี้สูงเกินปกติ เมื่อตลาดมองว่าแร่เงิน "ถูกเกินไป" เมื่อเทียบกับทองคำ จึงเกิดแรงไล่ซื้อเพื่อปรับสมดุล ทำให้ราคาเงินพุ่งแรงกว่าทองคำในเชิงเปอร์เซ็นต์ครับ
-
กระแสการสะสมของธนาคารกลางและนักลงทุนรายย่อย: ไม่ใช่แค่ทองคำเท่านั้นที่ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มสะสม แต่แร่เงินก็เริ่มถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีมูลค่า ประกอบกับกระแสในโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้รายย่อยเข้าสะสมเงินแท่งทำให้เกิดแรงซื้อจากทุกภาคส่วนพร้อมกัน
XAGUSD vs XAUUSD (เงิน vs ทอง) เทรดอะไรดีกว่ากัน?
หลายคนชอบเทรดทอง (XAUUSD) แล้วอยากเปลี่ยนมาเทรดเงิน (XAGUSD) ต้องปรับตัวเรื่องอะไรบ้าง?
1. ขนาดสัญญา (Contract Size)

ปกติแล้วการออกออเดอร์ด้วยขนาดการซื้อขายที่ 1 Lot ของทองคำ (XAUUSD) จะเท่ากับการซื้อทองคำ 100 ออนซ์ แสดงว่า เมื่อราคาเคลื่อนที่ไป 1 จุด จะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ครับ แต่ 1 Lot ของแร่เงิน (XAGUSD) จะเท่ากับการซื้อแร่เงิน 5,000 ทรอยออนซ์ ซึ่งมากกว่าทองคำถึง 50 เท่า แปลว่าการขยับเพียง 1 จุดของ XAGUSD จะเท่ากับ 5 ดอลลาร์ และส่งผลให้กำไร/ขาดทุนของคุณสวิงแรงกว่าเทรดทองคำมากครับ
2. ต้นทุน (Margin Requirement)
ในการเทรดแร่เงิน (XAGUSD) จะใช้ต้นทุนที่น้อยลง เมื่อเทียบกับการเทรดทองคำครับ เนื่องจากราคาต่อออนซ์ของแร่เงินถูกกว่าทองคำมาก แม้ขนาดสัญญาจะใหญ่กว่า แต่โดยรวมแล้วมักใช้เงินวางประกัน (Margin) เริ่มต้นน้อยกว่าการเทรดทองคำ
แต่สิ่งนี้ก็เป็นเหมือนกับดาบสองคม เนื่องจากมูลค่าต่อจุด (Pip Value) ของแร่เงินจะมากกว่าทองคำอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า
หากคุณเทรดถูกทางในระยะ 1000 จุด ด้วยขนาด 1 Lot คุณจะได้เงินทั้งหมด 5,000 ดอลลาร์ สูงกว่าการเทรดทองคำถึง 5 เท่าในระยะที่เท่ากัน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบมาก ๆ สำหรับการเทรดแร่เงิน (XAGUSD) แต่ในทางกลับกัน หากคุณเทรดผิดทาง ก็จะส่งผลให้เกิดการขาดทุนอย่างหนักเช่นกันครับ
3. ความผันผวน (Volatility)

(กราฟเปรียบเทียบความผันผวนระหว่างแร่เงินกับทองคำ)
แร่เงินมักจะเหวี่ยงแรงและเร็วเหมือนกันกับทองคำ (High Risk High Return) สังเกตจากกราฟเปรียบเทียบความผันผวนระหว่างแร่เงินกับทองคำ จะเห็นว่า การเคลื่อนแทบไม่ต่างกันเลย ในช่วงขาขึ้นก็ขึ้นเหมือนกัน ในขณะที่เป็นขาลง ก็ลงเหมือนกัน จึงเหมาะกับสายซิ่งที่ชอบทำกำไรในระยะเวลาสั้น ๆ
หากเทรดเดอร์ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดทองคำ สามารถเข้าไปศึกษาได้ที่บทความ วิธีเทรดทอง Forex
ตารางสรุปความแตกต่างระหว่าง XAGUSD และ XAUUSD
| หัวข้อเปรียบเทียบ | XAGUSD (Silver) | XAUUSD (Gold) |
| ขนาดสัญญามาตรฐาน (1 Lot) | 5,000 ออนซ์ | 100 ออนซ์ |
| มูลค่าต่อจุด (Pip Value) | สูงมาก (1 Lot ขยับ 1 จุด = $5) | ปานกลาง (1 Lot ขยับ 1 จุด = $1) |
| ความผันผวน (Volatility) | สูง | สูง |
| เงินประกัน (Margin) | ใช้น้อยกว่า (เพราะราคาต่อออนซ์ถูกกว่า) | ใช้มากกว่า (เพราะราคาต่อออนซ์สูงกว่า) |
| ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ | อุตสาหกรรม (EV, Solar) และพลังงานสะอาด | นโยบายดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ และความเสี่ยงสงคราม |
| พฤติกรรมกราฟ | มักจะวิ่งตามทองคำ แต่เหวี่ยงแรงกว่า | เป็นตัวนำทิศทางตลาดโลหะมีค่า |
| เหมาะกับใคร | สายซิ่ง และผู้ที่ต้องการกำไรสูงในเวลาสั้น | เทรดเดอร์ทั่วไป และผู้ที่เน้นสภาพคล่องสูง |
อยากลงทุน Silver ต้องทำยังไง? (CFD vs เงินแท่งจริง)
หากคุณเห็นโอกาสและอยากลงทุน มี 3 ช่องทางหลักให้เลือกครับ
1. การซื้อเงินแท่งจริง
-
ข้อดี: ได้ถือครองทรัพย์สินจริง ๆ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องพอร์ตแตก (Margin Call) เก็บไว้เป็นมรดกได้
-
เหมาะกับใคร: นักลงทุนระยะยาวที่เน้นสะสมความมั่งคั่ง
2. การเทรด XAGUSD (CFD) ผ่านโบรกเกอร์
-
ข้อดี: ใช้เงินทุนน้อยเพราะมี Leverage, ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) และมีสภาพคล่องสูง สามารถกดเปิดปิดออเดอร์ได้ทันที
-
เหมาะกับใคร: นักเก็งกำไรระยะสั้น, Day Trader หรือผู้ที่ต้องการใช้เครื่องมือ EA ในการเทรด
3. เทรด Silver Online Futures
-
ข้อดี: ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ (TFEX) มีกฎหมายรองรับ และไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (ใช้ค่าเงินคงที่)
-
เหมาะกับใคร: นักลงทุนที่เน้นความปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแลในไทย และต้องการเก็งกำไรตามราคาแร่เงินโลกโดยไม่อยากกังวลเรื่องค่าเงินบาทผันผวน
หากคุณเลือกถือครองของจริง คำถามฮิตคือ เงินแท่ง ซื้อที่ไหน? ในประเทศไทยคุณสามารถหาซื้อได้จากร้านทองชั้นนำที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้ เช่น ฮั่วเซ่งเฮง, แม่ทองสุก (MTS) หรือร้านค้าโลหะมีค่าที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ
🚨 ข้อควรระวัง: ต่างจากการซื้อทองคำแท่ง การซื้อแร่เงินหรือเงินแท่งในประเทศไทย "ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)" เสมอ! และยังมีเรื่องของค่ากำเหน็จรวมถึงส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (Spread) หน้าตู้ที่ค่อนข้างกว้าง ดังนั้นคุณต้องคำนวณต้นทุนตรงนี้ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อของจริงครับ
แต่ถ้าคุณสนใจเทรด XAGUSD ในรูปแบบ CFD ทางเราก็ได้ทำการรวบรวมโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำเอาไว้ให้แล้ว สามารถอ่านได้ที่บทความ โบรกเกอร์ Forex สเปรดต่ำ
กลยุทธ์การเทรด XAGUSD ให้ได้กำไร
-
การดูข่าว (Fundamental): นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจปกติอย่าง เงินเฟ้อ (CPI) และนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) แล้ว คุณต้องติดตามข่าวสารในภาคอุตสาหกรรมด้วย โดยเฉพาะนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด ยอดขายรถ EV และอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์
-
เทคนิคกราฟ (Technical Analysis): แร่เงินมักจะตอบสนองต่อ "ตัวเลขกลม ๆ (Round Numbers)" ได้ดี เช่น แนวต้านจิตวิทยาที่ $30.00 หรือ $35.00 ต่อออนซ์ หากราคาทะลุแนวเหล่านี้ไปได้ มักจะเกิดแรง Follow Buy ตามมาอย่างรุนแรง
-
Tip: การบริหารความเสี่ยง (Money Management) คือหัวใจสำคัญ XAGUSD เหวี่ยงแรงกว่าทอง หากคุณเคยออกหลอดเทรดทองคำที่ 0.10 Lot เมื่อมาเทรดเงิน แนะนำให้ลดขนาด Lot ลงเหลือ 0.01 - 0.05 Lot ในช่วงแรกเพื่อดูพฤติกรรมกราฟก่อนครับ
สรุป XAGUSD คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจในช่วงนี้
XAGUSD คือ สัญลักษณ์ในการเทรดที่เปรียบเทียบมูลค่าระหว่าง "แร่เงิน (Silver)" กับ "ดอลลาร์สหรัฐ (USD)" แม้ที่ผ่านมาหลายคนจะมองแร่เงินเป็นรองจากทองคำ แต่ในปี 2026 นี้ XAGUSD ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและน่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ดังนี้
บทบาทใหม่ในฐานะโลหะเชิงยุทธศาสตร์: แร่เงินไม่ใช่แค่เครื่องประดับอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของ เทคโนโลยีสีเขียว ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งในปี 2026 ความต้องการในภาคอุตสาหกรรมนี้พุ่งสูงขึ้นจนเกิดภาวะขาดดุลอุปทานอย่างต่อเนื่อง
โอกาสทำกำไรที่สูงกว่า: โดยธรรมชาติแล้ว แร่เงินมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับทองคำแต่มีความผันผวนที่รุนแรงกว่า ในช่วงที่ตลาดโลหะมีค่าเป็นขาขึ้น XAGUSD จึงมักให้เปอร์เซ็นต์กำไรที่ "แรงกว่า" ทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
มูลค่าที่ยังน่าดึงดูด: ราคาแร่เงินยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากเมื่อเทียบกับราคาทองคำที่พุ่งนำไปก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนมองว่านี่คือสินทรัพย์ที่ยัง "ราคาถูก" และมีโอกาสทำกำไรสูง (Growth Potential)
หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ และกำลังมองหาสินทรัพย์ที่ผสานพลังระหว่าง "สินทรัพย์ปลอดภัย" และ "วัตถุดิบอุตสาหกรรมโลกใหม่" XAGUSD คือเพชรเม็ดงามที่คุณไม่ควรมองข้ามในปีนี้ครับ
หากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม
สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับ Forex ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiforexreview.com
ติดตามความเคลื่อนไหวและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Thaiforexreview
ติดตามข่าวสารการลงทุนและบทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์ได้ที่ Forex Analysis
อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ Blogs
อ่านรีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยมได้ที่ Top Brokers