Gold Spot กับ Gold Future แตกต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ในที่เดียว

...

การลงทุนนั้นมีหลากหลายรูปแบบ จึงเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนหลาย ๆ ท่าน ได้ลองผิดลองถูกในการลงทุน และการลงทุนในทองคำนั้น ก็เป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่ง เพราะ นักลงทุนหลายคนมองว่าทองคำ คือ Store of value ที่เป็นสินทรัพย์ผลอดภัยในการรักษามูลค่า จึงทำให้หลายคนถือสินทรัพย์รูปแบบนี้ไว้เป็นการลงทุนระยะยาว และมีบางคนที่เข้ามาลงทุนในทองคำในรูปแบบของการเก็งกำไรระยะสั้น จากการผันผวนของราคาทองคำ

ซึ่งปัจจัยที่เข้ามาทำให้ทิศทางของราคาทองคำเคลื่อนไหว คือ ภาวะเศรษฐกิจ ภาวะความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ลงทุนต้องคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อรักษาต้นทุนการลงทุนของตัวเองไว้

ด้วยความน่าสนใจของการลงทุนในทองคำนี้ ที่สามารถใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ เพื่อมาสร้างผลกำไร ก็ทำให้การลงทุนรูปแบบนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้เราได้เห็นคำศัพท์การลงทุนอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือคำว่า Gold Spot กับ Gold Future ที่เป็นการเทรดทองคำผ่านราคาตลาดทองคำโลกจริง ๆ

ซึ่งหากคุณกำลังจะเริ่มเข้ามาลงทุนในมูลค่าของทองคำ แล้วยังเกิดความสับสนว่า 2 คำที่ผมกล่าวไปข้างต้นนั้น แตกต่างกันอย่างไร วันนี้ทาง Thaiforexreview จะมาอธิบายความหมายของ Gold Spot กับ Gold Future เพื่อให้คุณได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการลงทุนทองคำให้กับคุณครับ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปเริ่มกันเลย

Gold Spot คืออะไร ?

Gold Spot

Gold Spot คือ รูปแบบการเทรดทองคำจริง ๆ ในตลาดโลก ซึ่งเป็นการซื้อขายกันจริง ๆ เพียงแต่ว่าเมื่อเราซื้อแล้วนั้น เราจะไม่ได้รับเป็นทองคำที่จับต้องได้ เพราะทองคำในรูปแบบนั้นมีโอกาสเสียหายค่อนข้างสูง แต่การเทรดแบบ Gold Spot จะมาในรูปแบบของใบเอกสารสัญญาแทน โดยที่จะเน้นไปที่การเก็งกำไรจากส่วนต่างของการซื้อขายทองคำในตลาดโลก

โดยราคาทองคำที่เราซื้อขายนั้น จะมีหน่วยเป็นเงินดอลลาร์ (USD) ต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ (Ounce) โดยปกตินักลงทุนจะทำการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ และฝากเงินเข้าไปในระบบตามแต่ละโบรกเกอร์กำหนด เพียงเท่านี้ก็สามารถซื้อขายทองคำแบบ Gold Spot ได้ทันที

เนื่องจากรูปแบบของ Gold spot เป็นการซื้อขายด้วยสัญญา CFD ทำให้คุณสามารถเทรดเพื่อสร้างผลกำไรได้ทั้งตลาดทองคำเป็นช่วงขาขึ้นและเป็นช่วงขาลง หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่า การซื้อมาขายไป หรือขายก่อน แล้วค่อยกลับไปซื้อก็ได้เช่นกัน

โดยการเทรด Gold Spot นั้น คุณสามารถทำการตลาดได้ทั้ง 2 แบบตามความต้องการ ส่วนราคาทองคำจะเคลื่อนไหวแบบ Real-Time คุณต้องคอยติดตามข่าวสาร ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก และต้องคอยติดตามค่าเงินให้ดีเพื่อไม่ให้คุณตลาดโอกาสในการทำกำไร

และในการเทรด Gold Spot คุณสามารถเทรดได้ทั้งหมด 5 วันทำการ จันทร์-ศุกร์ ตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่ต้องกังวัลในเรื่องของเวลาตลาดเปิดปิด ที่สำคัญในการเทรด Gold Spot คุณสามารถวิเคราะห์แล้วซื้อขายทิ้งไว้ก็ได้ โดยคุณสามารถกำหนดจุด Cut Loss และ Take Profit ซึ่งก็คือการตั้งจุดราคาในการปิดออเดอร์เพื่อทำกำไร และจุดราคาเพื่อป้องกันการขาดทุนครับ และที่สำคัญก่อนคุณจะนำเงินไปลงทุนจริง ๆ แต่ยังไม่มั่นใจในการซื้อขายของตัวเอง คุณสามารถเข้าไปทดลองการเทรดได้ในบัญชี Demo ของโบรกเกอร์ต่าง ๆ ที่เป็ดให้ทดลองเล่นจากสถานการณ์จริง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการลงทุนว่าสามารถทำกำไรด้วยกลยุทธ์การเทรดใดบ้าง ก่อนที่จะลงเงินในบัญชีจริง

Gold Future คืออะไร ?

Gold Future

Gold Future คือ สัญญาการซื้อขายทองคำล่วงหน้า เป็นลักษณะของการประกันว่าราคาของทองคำในอนาคตนั้นจะขึ้นหรือลง โดยลักษณะจะคล้ายคลึงกับการเทรดแบบ Gold Spot แต่การซื้อขายแบบ Gold Future จะเป็นตัวเลือกที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประกันความเสี่ยง

เพราะสามารถทำกำไรได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย หรือทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงเหมือนกับ Gold spot นั่นเองครับ โดยคุณสามารถทำกำไรได้ง่ายเพียงต้องคาดการณ์ราคาในอนาคตให้ถูกต้อง และการซื้อขายแบบ Gold Future นั้นจะสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว เพราะตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาตลาด ทำให้คุณสามารถเทรดได้โดยไม่ต้องกังวลกับสภาพตลาดมากนัก

ในส่วนการขายทองคำเพื่อทำกำไรกับคู่สัญญานั้น จะไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขายทองคำจริง ๆ กับคู่สัญญา แต่จะใช้วิธีการจ่ายชำระเงินด้วยเงินสดแทน การซื้อขายแบบ Gold Future จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการกระจายความเสี่ยง ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดี แถมการลงทุนจะอยู่แค่ในประเทศไทยเราเองด้วย กราฟราคาจึงไม่ได้มีความหวือหวาเหมือนกับการเทรดแบบ Gold Spot ที่อิงกับราคาตลากโลกครับ

ทริคเพิ่มเติม ในการจำ Gold Spot กับ Gold Future

Gold Future หมายถึง ตลาดการซื้อขายทองคำล่วงหน้า ซึ่งใช้ในประเทศไทยเท่านั้น

Gold Spot หมายถึง การเทรดทองคำในตลาดโลก ซึ่งมีการซื้อขายจริง ๆ เพียงเเต่ว่าเมื่อเราซื้อเเล้วจะได้รับใบเอกสารสัญญาแทนทองคำจริง โดยราคาทองคำจะมีหน่วยเป็นเงินดอลล่าร์ (USD) ต่อน้ำหนัก ออนซ์ (Ounce)

Gold Spot กับ Gold Future ต่างกันอย่างไร ?

Gold Spot กับ Gold Future ต่างกันอย่างไร

จากที่คุณได้ทราบความหมายคร่าว ๆ แล้วว่าการซื้อขายทองคำทั้ง 2 รูปแบบ ระหว่าง Gold Spot กับ Gold Future คืออะไร มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร น่าจะช่วยให้คุณคลายความสับสนได้ระดับนึงได้บ้างแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังมีบางท่านที่ยังไม่เข้าใจแบบกระจ่าง ผมจึงจะเปรียบเทียบ Gold Spot กับ Gold Future เพื่อให้คุณได้เห็นภาพมากขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้ครับ

1. กราฟขยับมากน้อยต่างกัน

Gold Spot เป็นการซื้อขายโดยอิงราคาตลาดทั่วโลกที่นักลงจากหลายประเทศ จึงทำให้มีราคาทองคำมีความผันผวนมากกว่าการเทรดแบบ Gold Future ที่ซื้อขายกันเฉพาะกลุ่มนักลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น โดยการเทรดแบบ Gold Spot ที่มีความผันผวนสูงนี้ จึงสามารถทำกำไรได้ง่ายและขาดทุนง่ายเช่นกัน ต่างกับ Gold Future ที่กราฟค่อนข้างนิ่งกว่า จึงถือเป็นการลงทุนที่เอาไว้กระจายความเสี่ยงครับ

2. Volume ในการลงทุนต่างกัน

สำหรับการเทรด Gold Spot นั้นจะมีจำนวน Volume ของนักลงทุนที่มากกว่าการเทรดแบบ Gold Future เพราะว่า Gold Future จะเน้นการซื้อขายกันเองในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้ปริมาณการซื้อขายต่อวันน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการเทรดแบบ Gold Spot ที่เป็นการซื้อขายกันในระดับโลก ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรได้ดีกว่า และแน่นอนมีความเสี่ยงกว่าเช่นกัน

3. เวลาในการลงทุนต่างกัน

พูดถึงในเรื่องของเวลาที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัด เพราะ การลงทุนในรูปแบบ Gold Future จะเป็นการทำสัญญาซื้อขายในเวลาทำการของตลาดหุ้นเท่านั้น แต่สำหรับการเทรดแบบ Gold Spot จะสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน คือวันจันทร์-วันศุกร์ ดังนั้นการเทรดแบบ Gold Spot จึงสามารถทำกำไรได้ตลอดทั้งวันครับ

_______________________________________________

ผมมองว่าการเทรดทองคำทั้ง 2 ตัวนี้ เป็นการลงทุนที่น่าสนใจมากครับ เนื่องจากเเนวโน้มของราคาทองคำไม่ซับซ้อน หรือมีความผันผวนไม่เท่าการลงทุนอย่างอื่น โดยราคาจะเคลื่อนที่ตามภาวะเศรษฐกิจโลก

สุดท้ายนี้ การลงทุนทุกรูปแบบล้วนมีความเสี่ยง อยากให้คุณศึกษาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์นั้นให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน และหากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม สามารถติดตาม ThaiForexReview

ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดการลงทุนได้ที่ : News

อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ : Blogs

รีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยม : Top Brokers