สูตรไม่ลับ RSI อินดิเคเตอร์หาจุดกลับตัว สำหรับมือใหม่ในตลาด Forex
วิธีการวิเคราะห์กราฟเพื่อทำกำไรในตลาด Forex มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่งในวันนี้ ทางทีมงาน Thaiforexreview จะมาพูดถึงอินดิเคเตอร์ตัวหนึ่งที่จะช่วยให้เทรดเดอร์ทุกท่านวิเคราะห์กราฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นก็คือ RSI เครื่องมือที่จะทำให้รู้ปริมาณการซื้อขายของตลาด จะมีวิธีการใช้อย่างไร สามารถติดตามได้ในบทความนี้
RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้ในการดูแรงซื้อขายของสินทรัพย์ในตลาด โดยจะมีการคำนวณจากราคาสินทรัพย์ 14 วันย้อนหลัง ซึ่งจะใช้ตัวเลขระหว่าง 0-100 ในการวัดระดับแรงซื้อขาย แต่ปกติแล้วจะเห็นกราฟวิ่งไปมาระหว่าง 10-90 ซึ่งสามารถบอกจุดกลับตัวได้จากสัญญาณ Overbought/Oversold และ Divergence
|
อินดิเคเตอร์ Forex เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ราคาเพื่อหาจุดเข้าเทรด นอกจาก RSI แล้ว ยังมีอินดิเคเตอร์อื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน |
เทรดเดอร์สามารถคำนวณ RSI ได้จากสูตรดังต่อไปนี้ครับ
| RSI = 100 - [100 / (1 + RS)] |
RSI = ค่าเฉลี่ยราคาของวันที่ราคาปรับขึ้นในช่วง 'N' วัน / ค่าเฉลี่ยราคาของวันที่เป็นขาลง 'N' วัน แล้วจึงนำมาปรับเป็นค่าดัชนี ซึ่งจะอยู่ช่วง 0-00 ที่ใช้เป็นระดับวัด Overbought/Oversold นั่นเองครับ
RSI สามารถใช้บอกสัญญาณได้ 2 อย่าง ได้แก่
- Overbought และ Oversold
- Divergence

Overbought
☛ ภาวะการซื้อที่มากเกินไป เมื่อตัวเลข RSI ขึ้นไปเหนือระดับ 70 จะถือว่าราคาเข้าสู่ภาวะ Overbought และอาจจะเกิดการกลับตัวลงไปได้
Oversold
☛ ภาวะการขายที่มากเกินไป เมื่อตัวเลข RSI ลงไปต่ำกว่าระดับ 30 จะถือว่าราคาเข้าสู่ภาวะ Oversold และอาจจะเกิดการกลับตัวขึ้นไปได้

☛ สัญญาณ "ความแตกต่าง" ระหว่างอินดิเคเตอร์กับราคา โดยทั่วไปแล้ว ราคาและอินดิเคเตอร์จะมีแนวโน้มเดียวกัน แต่เมื่อที่ราคาและอินดิเคเตอร์เกิดการเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้าม จะเรียกว่าการเกิด "Divergence" หรือ "สัญญาณที่บ่งบอกถึงโอกาสในการกลับตัว" ดังตัวอย่างในรูปด้านบน ซึ่งราคาทำจุดที่ต่ำลง แต่อินดิเคเตอร์กลับยกตัวสูงขึ้นตรงกันข้ามกับราคา แบบนี้จะเรียกว่า "Bullish Divergence" หรือ "สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น"
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคนิคการใช้สัญญาณ Divergence
โดยวิธีการดูสัญญาณ Divergence สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ ดังนี้
Bullish Divergence |
Bullish Divergence คือ กราฟราคามีการเคลื่อนตัวลดลง แต่ RSI มีการเคลื่อนตัวขึ้นสวนทางกันกับกราฟราคา แสดงให้เห็นแรงขายที่ลดลงและมีโอกาสเปลี่ยนเป็นขาขึ้นในอนาคต
Bearish Divergence |
Bearish Divergence คือ กราฟราคามีการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้น แต่ RSI มีการเคลื่อนตัวลดลงสวนทางกันกับกราฟราคา แสดงให้เห็นแรงซื้อที่ลดลงและมีโอกาสเปลี่ยนเป็นขาลงในอนาคต
Hidden Bullish Divergence |
Hidden Bullish Divergence คือ การเคลื่อนที่ของกราฟราคาที่มีการสร้าง Low ที่สูงขึ้น แต่ RSI กลับสร้าง Low ที่ต่ำกว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงการขัดแย้งกันของราคากับอินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกว่า ราคาจะมีการขึ้นไปต่อ
Hidden Bearish Divergence |
Hidden Bearish Divergence คือ การเคลื่อนที่ของกราฟราคาที่มีการสร้าง High ต่ำลง แต่ RSI กลับเคลื่อนตัวสร้าง High ที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงการขัดแย้งกันของราคากับอินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกว่า ราคาจะมีการลงไปต่อ
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า RSI นั้นเป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการวัดแรงซื้อขาย สามารถที่จะใช้ดูได้ทั้งสัญญาณ Overbought Oversold และ Divergence โดยเราสามารถที่จะนำอินดิเคเตอร์เหล่านี้มาประยุกต์รวมกันเพื่อหาจุดเข้าออเดอร์ได้ ดังนี้
การใช้ RSI บน MT5 |
การใช้งานอินดิเคเตอร์ RSI บน MT5 มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
ตัวอย่างการใช้ RSI ในการเทรด XAU/USD |

จากตัวอย่างกราฟ XAU/USD จะสังเกตได้ว่า กราฟได้เกิดสัญญาณ Oversold และ Bullish Divergence จากการที่ราคามีการปรับตัวต่ำลง แต่อินดิเคเตอร์ RSI กลับแสดงสัญญาณว่า แรงขายเริ่มลดลง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเป็นขาขึ้นในอนาคต และหากต้องการที่จะยืนยันว่าราคานั้นพร้อมที่จะกลับตัวลงแล้ว ให้เทรดเดอร์หาตัวช่วยยืนยันการกลับตัว 3 ประการ ดังนี้
- ระดับราคาที่เกิด Overbought/Oversold อยู่ที่ระดับแนวรับ-แนวต้านสำคัญหรือไม่
- เกิดสัญญาณ Divergence ที่ระดับ Overbought/Oversold หรือไม่
- กราฟเกิดการ Rejection หรือ "การปฏิเสธราคา" ที่ระดับแนวรับ-แนวต้านดังกล่าวหรือไม่
3 ข้อที่ได้กล่าวไปนั้นเป็นจุดสังเกตเบื้องต้นที่จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถตรวจสอบได้ว่า ราคาจะเกิดการกลับตัวจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้กราฟเกิดความผันผวน ถึงแม้กราฟจะฟอร์มตัวว่าจะกลับตัว แต่เมื่อถึงเวลาประกาศข่าวสำคัญ การฟอร์มตัวดังกล่าวนั้นอาจจะไม่มีผลกับการกลับตัวของกราฟเลยก็เป็นได้
| 📍 การใช้ RSI ในการเทรด Forex เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจนได้ เทรดเดอร์ควรศึกษาปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถยืนยันการกลับตัวของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ |
การใช้ RSI ในการเทรด Forex ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้แก่เทรดเดอร์ แต่อินดิเคเตอร์ทุกตัวล้วนมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด
|
ข้อดีของ RSI |
ข้อจำกัดของ RSI |
|
|
ค่า RSI ดูตรงไหน?
► สามารถดูได้ที่หน้าต่าง Indicator ของ RSI ในแพลตฟอร์มการเทรดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น MT4/MT5 หรือว่า TradingView
ตั้งค่า RSI Forex เท่าไหร่ดี?
► ค่าที่เหมาะสมกับการตั้งค่า RSI เพื่อใช้บอกจังหวะการเทรด ควรจะตั้งค่าเอาไว้ที่ 14 ซึ่งเป็นค่าเดิมของ RSI เนื่องจากมีการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของราคาได้ดีอยู่แล้ว
RSI ย่อมาจากอะไร?
► RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index แปลว่า ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์
RSI หรือ Relative Strength Index เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator หรือการแกว่งตัวของราคา สามารถใช้ดูแรงการซื้อขายได้ โดยหากแปลงค่าออกมาจะได้เป็นสัญญาณซื้อที่มากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold) อีกทั้งยังสามารถให้สัญญาณ Divergence ได้อีกด้วย ซึ่งถ้านำทั้ง 2 สัญญาณนี้มาประยุกต์รวมกัน จะกลายเป็นจุดกลับตัวที่มีประสิทธิภาพอย่างมากครับ
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ด้วย RSI เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้การเทรดมีประสิทธิภาพได้เท่าที่ควรจะเป็น เทรดเดอร์ควรศึกษาอินดิเคเตอร์และเทคนิคอื่น ๆ ที่สามารถใช้ร่วมกับ RSI ได้ เพื่อนำมาช่วยยืนยันสัญญาณ และเพื่อวิเคราะห์หาจุดเข้าที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น Price Action ที่ช่วยในการวิเคราะห์แท่งเทียน และ Chart Pattern ช่วยในการวิเคราะห์รูปแบบการกลับตัวหรือการไปต่อของกราฟ
Source : Traderbobo และ Gotradehere
หากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม
สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับ Forex ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiforexreview.com
ติดตามความเคลื่อนไหวและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Thaiforexreview
ติดตามข่าวสารการลงทุนและบทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์ได้ที่ Forex Analysis
อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ Blogs
อ่านรีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยมได้ที่ Top Brokers