List of content

    Momentum Trading หรือการเทรดโมเมนตัม คืออะไร? เทรดเดอร์มือใหม่ไม่ควรพลาด!


    Momentum Trading หรือการเทรดโมเมนตัม คือ

    ในโลกของการลงทุน มีกลยุทธ์มากมายที่จะช่วยให้เหล่าเทรดเดอร์และนักลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะขอแนะนำหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดที่สามารถจับจังหวะการเข้า-ออกออเดอร์ได้ดีที่สุด นั่นก็คือ Momentum Trading หรือการเทรดโมเมนตัม จะมี Momentum Indicator ตัวใดบ้างที่ได้รับความนิยมไปศึกษาและทำความเข้าใจกันครับ

     

    Momentum Trading คืออะไร?

     

    การเทรดโมเมนตัม คือ

    Momentum Trading หรือการเทรดโมเมนตัม คือ การเทรดที่ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาล่าสุด ซึ่งจะช่วยระบุความแข็งแกร่งของสัญญาณที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่าง Upside หรือ Downside โดยคุณสมบัติของการเทรดลักษณะนี้ จะใช้ดูความถี่ของปริมาณการซื้อขายของผู้เล่นในตลาด เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเห็นถึงช่องว่างของราคาที่มีความผันผวนนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเก็งกำไรให้มากที่สุดนั่นเอง

    สำหรับจุดสังเกตการบ่งบอกของสัญญาณโมเมนตัมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สัญญาณ ได้แก่

    • หากราคามีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว สัญญาณบอกราคาของโมเมนตัมจะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
    • หากราคามีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างช้า ๆ สัญญาณบอกราคาของโมเมนตัมจะลดลง

     

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Momentum Trading มีอะไรบ้าง?

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Momentum Trading สามารถแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัย ได้แก่

    1. ความผันผวน (Volatility)

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Momentum Trading ปัจจัยแรก คือ ความผันผวน เพราะเมื่อตลาดมีความผันผวนสูงมากนั้น การแกว่งตัวของราคาก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ซึ่งเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์เทรดด้วยโมเมนตัมจะใช้ช่องว่างจากความผันผวนนี้ เข้าทำกำไรในระยะสั้นนั่นเองครับ

    2. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)

    มาต่อกันที่ปัจจัยที่ 2 คือ ปริมาณการซื้อขาย ซึ่งถือได้ว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เห็นว่า ในเวลานั้น ๆ ว่าผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อหรือขายมากกว่า และเมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีความถี่ของปริมาณซื้อขายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะเพิ่มโอกาสให้เกิดแนวโน้ม (Trend) ในตลาดที่ต่อเนื่องตามไปด้วย 

    3. กรอบเวลา (Timeframe)

    มาต่อกันที่ปัจจัยสุดท้าย คือ กรอบเวลา โดย Momentum Trading จะอาศัยการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้น ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มว่า ปริมาณการซื้อขายมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่เทรดเดอร์ Day Trade จะชื่นชอบการเข้าทำกำไรในกรอบเวลาสั้น ๆ นี้เป็นอย่างมาก

     

    ประเภทของ Momentum Trading มีกี่ประเภท?

    ประเภทของ Momentum Trading มี 2 ประเภท ได้แก่

    • Absolute Momentum จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปรียบเทียบพฤติกรรมของตลาดในปัจจุบันกับพฤติกรรมย้อนหลังของคู่เงินใดคู่เงินหนึ่งได้อย่างแม่นยำ
    • Relative Momentum จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปรียบเทียบพฤติกรรมของคู่เงินที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น

     

    การนำกลยุทธ์โมเมนตัมมาใช้ในการเทรด ทำได้อย่างไร?

    เทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์โมเมนตัมเข้ามาช่วยในการเทรดได้ 2 วิธี คือ 1. วิเคราะห์จากแนวโน้มของราคาที่มีความผันผวน และ 2. อาศัยรูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern) เพื่อเป็นตัวชี้วัดสำคัญ อย่างไรก็ตาม การใช้แท่งเทียนเข้ามาช่วยวิเคราะห์อาจไม่สามารถการันตีโมเมนตัมของราคาได้ 100% ทำให้เทรดเดอร์ต้องอาศัยการดู Timeframe ในระยะสั้น ๆ ประกอบการเปิด-ปิดออเดอร์ด้วย

     

    Momentum Indicator คืออะไร?

     

    Momentum Indicator คือ

    ที่มา : Tradingview.com

    จากที่กล่าวไปข้างต้น เห็นได้ว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเทรดโมเมนตัมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ความผันผวน, ปริมาณการซื้อขาย และกรอบเวลา ซึ่งหากเทรดเดอร์ต้องการวิเคราะห์หาโมเมนตัมให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นนั้น เทรดเดอร์ต้องใช้ Indicator เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เพิ่มเติม เพราะ Momentum Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้บ่งชี้ถึงความปลอดภัยของการเปลี่ยนแปลงในตลาด โดยใช้วัดการแกว่งตัวของราคา ณ เวลานั้นว่า ตลาดอยู่ในภาวะซื้อหรือขายที่มากเกินไป ซึ่ง Momentum Trading จะทำหน้าที่เปรียบเทียบราคาปัจจุบันกับราคาก่อนหน้าจากช่วงเวลาที่ผ่าน ๆ มา

    สำหรับสูตรของ Momentum Indicator สามารถคำนวณได้ตามสมการ ดังต่อไปนี้

    Momentum = ราคาแท่งเทียนปัจจุบัน (x) / ราคาแท่งเทียนก่อนหน้า ( i-x ) *100

     

    • ราคาแท่งเทียนปัจจุบัน (x) คือ ราคาปิดแท่งเทียนปัจจุบัน
    • ราคาแท่งเทียนก่อนหน้า ( i-x ) คือ ราคาปิดแท่งเทียนก่อนหน้านั้น

    ในบทความนี้ เราได้คัดเลือก Momentum Indicator ยอดนิยมมา 4 ตัว ได้แก่ RSI, Moving Average, CCI และ Stochastics Oscillator เพื่อให้เทรดเดอร์พิจารณากันครับ

     

    Momentum Indicator : RSI

    RSI หรือ Relative Strength Index คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้บ่งบอกปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ (Volume) ในตลาด ซึ่งจะถูกใช้วัดอัตราความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อเทรดเดอร์ตีเส้น RSI ขึ้น เทรดเดอร์จะใช้เฝ้าดูความแข็งแกร่งและความอ่อนแอของตลาดในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเส้นความแข็งแกร่งและอ่อนแอจะอ้างอิงจากราคาปิดของการซื้อขายที่ตลาดกำหนด โดย RSI จะถูกคำนวณจากราคาสินทรัพย์ 14 วันย้อนหลัง โดยกำหนดปริมาณการซื้อขายในกรอบราคาที่ระดับ 0-100 สามารถสังเกตได้ ดังต่อไปนี้

    • หากระดับสูงเกิน 70 แสดงให้เห็นว่า มีการซื้อที่มากเกินไป (Overbought)
    • หากระดับต่ำเกิน 30 แสดงให้เห็นว่า มีการขายที่มากเกินไป (Oversold)

    สำหรับจุดเด่นของ RSI สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ข้อ ได้แก่ 1. ใช้บ่งบอก Overbought และ Oversold ได้ดี, 2. สามารถบอกแนวโน้มของราคาได้อย่างแม่นยำ และ 3. สามารถใช้ดูสัญญาณ Divergence ได้ดีอีกด้วย 

    อย่างไรก็ตาม RSI ก็มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน คือ ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์กรอบเวลา 1 ขนาดเล็ก เช่น 1 นาที หรือ 5 นาที เพราะการดูกรอบเวลาช่วงนี้ จะเจอสัญญาณหลอกเป็นอย่างมาก

     

    Momentum Indicator : Moving Average

    มาต่อกันที่ Moving Average Indicator เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ย (SD) ประเภทหนึ่งของเส้นเคลื่อนที่ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของราคาในขณะนั้น ซึ่งเน้นเทคนิคการหาจุดกลับตัวและการ Breakout เป็นหลัก รวมทั้ง ยังทำการลบ Noise ให้ต่ำลงเมื่อเทรดเดอร์ทำการอ่านชาร์ต เพราะ Noise เกิดจากความผันผวนของราคาและปริมาณการซื้อขายนั่นเอง โดยประเภทของ Moving Average สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

    • เส้น EMA คือ การคำนวณในรูปแบบของการให้ความสำคัญกับค่าสุดท้ายมากที่สุด
    • เส้น SMA คือ การคำนวณข้อมูลย้อนหลัง โดยเน้นให้ความสำคัญทุก ๆ ค่าที่ใช้คำนวณ ทำให้การคำนวณเส้น SMA จะช้ากว่าเส้น EMA 

    สำหรับจุดเด่นของอินดิเคเตอร์ชนิดนี้ คือ 1. สามารถใช้ดูแนวโน้มของราคาในขณะนั้น, 2. ใช้ดูแนวโน้มและสัญญาณการซื้อขาย Crossover และ 3. ใช้เป็นแนวรับ-แนวต้าน 

    อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังของ Moving Average คือ การเกิดสัญญาณหลอกที่สามารถเกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีความผันผวนสูง ดังนั้น เทรดเดอร์ควรให้ความระมัดระวังและควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย 

     

    Momentum Indicator : CCI

    มาต่อกันที่ CCI หรือ Commodity Channel Index เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของแนวโน้มของราคาในปัจจุบัน ซึ่งจะใช้เทียบกับราคาค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อใช้ดูราคาของการซื้อขายที่มากจนเกินไป ซึ่งปกติแล้วเทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้จำนวนแท่งเทียนย้อนหลัง 20 แท่ง (Period) เพื่อใช้แสดงถึงความผันผวนของค่า CCI โดยค่าของ CCI สามารถอ่านได้ 2 ค่า ได้แก่

    • ค่า CCI มากกว่า 100 ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่า ราคาซื้ออยู่ในภาวะที่มากเกินไป ทำให้ราคาในปัจจุบันสูงกว่าราคาในอดีต เกิดเป็นภาวะ Overbought
    • ค่า CCI น้อยกว่า -100 ลงไป แสดงให้เห็นว่า ราคาขายอยู่ในภาวะที่มากเกินไป ทำให้ราคาในปัจจุบันต่ำกว่าราคาในอดีต เกิดเป็นภาวะ Oversold

    ข้อดีของอินดิเคเตอร์ตัวนี้ คือ 1. สามารถใช้หาจุดกลับตัวของ Divergence, 2. ดูการเริ่มต้นของแนวโน้ม และ 3. สามารถดู Oversold/Overbought ได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อความแม่นยำในการออกออเดอร์ เทรดเดอร์ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่นควบคู่ไปด้วย

     

    Momentum Indicator : Stochastics Oscillator

    มาต่อกันที่ Momentum Indicator ตัวสุดท้าย คือ Stochastics Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงโมเมนตัมก่อนที่ราคาจะเปลี่ยนทิศทาง ทำให้อินดิเคเตอร์ตัวนี้ สามารถใช้บอกสัญญาณการกลับตัวได้รวดเร็วกว่าอินดิเคเตอร์ตัวอื่น โดย Stochastics Oscillator มีความคล้ายคลึงกับ RSI แต่มีการคำนวณที่แตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งค่าระดับของ Stochastics Oscillator จะอยู่ที่ 80 และ 20 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

    • ค่า Stochastics Oscillator มากกว่า 80 แสดงให้เห็นว่า ราคาอยู่ในภาวะ Overbought
    • ค่า Stochastics Oscillator มากกว่า 20 แสดงให้เห็นว่า ราคาอยู่ในภาวะ Oversold

    สำหรับข้อดีของ Stochastics Oscillator คือ 1. สามารถใช้ดูสัญญาณการกลับตัวได้, 2. เทรดเดอร์สามารถใช้ดูจุดเข้าซื้อขายด้วย Crossover, 3. สามารถใช้ดูภาวะ Oversold/Overbought, 4. สามารถใช้ยืนยันแนวโน้มในอนาคตได้แม่นยำมากขึ้น และ 5. สามารถใช้ดูจุดเข้าซื้อขายด้วย Divergence ได้อีกด้วย 

    อย่างไรก็ตาม Stochastics Oscillator ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะ Stochastics Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่ส่งสัญญาณเร็ว ทำให้การส่งสัญญาณที่เร็วเกินไปอาจเป็นสัญญาณหลอกได้ ดังนั้น การใช้งานอินดิเคเตอร์ตัวนี้ ควรรอยืนยันสัญญาณ ก่อนที่จะเปิดออเดอร์ทุกครั้ง

     

    ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Momentum Indicator 🔔
    • เมื่อราคาเกิดภาวะ Overbought มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลง เทรดเดอร์จึงควรเปิดออเดอร์ Sell จึงจะได้เปรียบกว่า 
    • เมื่อราคาเกิดภาวะ Oversold มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้น เทรดเดอร์จึงควรเปิดออเดอร์ Buy จึงจะได้เปรียบกว่า 

     

    บทความที่เกี่ยวข้องกับ Indicator เพิ่มเติม : 

    Indicator คืออะไร? มีประโยชน์และแนวทางการเลือกใช้อย่างไร

    อินดิเคเตอร์ MACD คืออะไร ใช้เทรด Forex อย่างไร

    Ichimoku Kinko Hyo อินดิเคเตอร์ที่สายรันเทรนด์ไม่ควรพลาด !

     

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Momentum Trading

    Q. Momentum Indicator คืออะไร?

    A. Momentum Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้โมเมนตัมหรือการวัดการแกว่งตัวของราคา ณ เวลานั้นว่า ตลาดอยู่ในภาวะซื้อหรือขายจำนวนมากเกินไป (Overbought/Oversold)

    Q. Momentum Trading คืออะไร? 

    A. Momentum Trading คือ กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ดูความถี่ของปริมาณการซื้อขายในตลาด ซึ่งเทรดเดอร์จะอาศัยการแกว่งตัวของสัญญาณที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง เพื่อหาช่องว่างของราคาในการเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

    Q. การใช้ Momentum Indicator ในการเทรดมีอินดิเคเตอร์ยอดนิยมตัวไหนบ้าง?

    A. Momentum Indicator ยอดนิยมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ตัว ได้แก่ RSI, Moving Average, CCI และ Stochastics Oscillator

     

    สรุป การเทรดโมเมนตัม คืออะไร?

    จากที่กล่าวไปข้างต้น เห็นได้ว่า Momentum Trading เป็นกลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้มของราคา เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถเข้าจุดซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทรดเดอร์ต้องอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์เชิงเทคนิค อย่างการใช้ Indicator เข้ามาช่วย เพื่อให้การออกออเดอร์มีความแม่นยำและมีโอกาสในการเก็งกำไรได้มากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ควรรู้ก็คือ การศึกษาตลาดและกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเองก่อน เพราะการเทรดโดยการไม่มีความรู้ หรือการเทรดบนสัญญาณหลอกอาจทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนมากกว่าได้กำไร ดังนั้น เทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนประกอบกับหมั่นฝึกฝนการเทรดให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้คุณสามารถเอาชนะตลาดให้ได้มากที่สุดครับ

     


     

    ⚠️ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

     

    หากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม

    สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับ Forex ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiforexreview.com

    ติดตามความเคลื่อนไหวและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Thaiforexreview

    ติดตามข่าวสารการลงทุนและบทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์ได้ที่ Forex Analysis

    อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ Blogs

    อ่านรีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยมได้ที่ Top Brokers

    beginner

    แนะนำโบรกเกอร์สำหรับคุณ

    ข้อจำกัดด้านความปลอดภัย

    Thaiforexreview.com จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ
    ที่เกิดจากการพึ่งพาข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้ รวมถึงข่าวการตลาด การวิเคราะห์ สัญญาณการซื้อขาย และบทวิจารณ์โบรกเกอร์ Forex ข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์นี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน และการวิเคราะห์เป็นความคิดเห็น ของ Thaiforexreview.com ไม่มีการการันตีใด ๆ

    การซื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูง ก่อนตัดสินใจซื้อขาย Forex หรือใช้เครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ควรพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เรามุ่งเน้นเพื่อเสนอข้อมูล ที่สำคัญเกี่ยวกับโบรกเกอร์ทั้งหมดที่เราตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

    © Copyright Thaiforexreview 2023. All rights reserved